กิจกรรมเพื่อสังคมคลิปข่าวทั่วไปประชาสัมพันธ์

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย” สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัญญ์ที่ไม่สิ้นสุด

“ส่งเสริมพัฒนาการและสวัสดิการของประเทศ ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตของชุมชนในประเทศที่โตโยต้าเข้าไปดำเนินธุรกิจ” แนวคิดอันแข็งแกร่งของ “มร.ซากิชิ โตโยดะ“ ผู้ก่อตั้งโตโยต้า ได้เป็นรากฐานสำคัญและเป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าทั่วโลก รวมทั้ง “โตโยต้า ประเทศไทย” ที่ได้สานต่อปณิธานอันแน่วแน่ และเกิดเป็นนโยบายสำคัญ โดยถือโอกาสที่โตโยต้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 50 ปี ในปี พ.ศ. 2555 ว่า โตโยต้าจะมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย ภายใต้สโลแกน “โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

เพื่อสานต่อเจตนารมณ์อันแรงกล้า 2 ผู้บริหารคนสำคัญ คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และ คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย

คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

มุมมองของโตโยต้า การขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย คืออะไร

“การขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทยของโตโยต้า ผ่านการส่งต่อ 3 คุณค่าขององค์กร ได้แก่ การพัฒนาผลิต ภัณฑ์และบริการ, การพัฒนาธุรกิจและบุคลากร และการส่งเสริมกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งการดำเนินกิจการเพื่อสังคมนั้น โตโยต้าให้ความสำคัญอย่างมากและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาสังคมไทย สร้างความสุขสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโตโยต้าเชื่อว่าความสุขนั้นเกิดได้จากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบความสุขที่โตโยต้า เล็งเห็นนั้น คือความสุขที่ยั่งยืน อันเกิดจากการที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ หรือสร้างความสุขให้ผู้อื่น และคนเหล่านั้นสามารถส่งต่อความสุขให้กับคนอื่นๆ ต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นความสุขที่เกิดจาก “การแบ่งปัน” โตโยต้าเห็นคุณค่าของการแบ่งปัน แต่เราเชื่อว่าการแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุดคือการ “แบ่งปัญญ์” หรือการ “แบ่งปันภูมิปัญญา” เราจึงดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม โดยยึดมั่นแนวทางดังกล่าวมาตลอด เพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่ความสุขของสังคมไทยอย่างยั่งยืนและจะนำไปสู่ “การแบ่งปันที่ไม่มีสิ้นสุด”


คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

รูปแบบการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของโตโยต้าทั้ง 3 ด้าน มีอย่างไร


ในส่วน “มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย” ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 ด้วยแนวคิดว่าชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง ย่อมอยู่บนรากฐานที่มั่นคงของการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดี จึงมุ่งมั่นในการดำเนินงานผ่าน 3 ส่วน ได้แก่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการ, ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ และส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ทุกโครงการล้วนมีจุดประสงค์เพื่อจะยกระดับชีวิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงชุมชนที่ยังขาดแคลนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นประชากรที่มีศักยภาพ และเป็นการสร้างสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งต่อไป โดยตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯได้มอบทุนสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสังคมไทย แบ่งออกเป็นโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต จำนวน 9 โครงการ และส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศล ที่มีทิศทางการดำเนินงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ จำนวน 57 โครงการ และอีกหนึ่งด้านที่มูลนิธิฯให้ความสำคัญ คือการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่ขาดแคลน ผ่านการมอบทุนการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น 13,641 ทุน โดยหวังว่านักเรียนทุนจะนำภูมิปัญญาและโอกาสที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น


ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้า ได้ดำเนินงานภายใต้โครงการ โตโยต้า เมืองสีเขียว…เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต ที่มีการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ นั่นคือ การจัดซื้อ การขนส่ง ต่อเนื่องมาถึงกระบวนการกลางน้ำ คือการผลิตในโรงงาน จนถึงปลายน้ำ นั่นคือ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการนำผลิตภัณฑ์มารีไซเคิลหรือการกำจัดซากอย่างถูกวิธี ประกอบกับ ความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย จึงได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อแบ่งปันความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้ เป็นความตั้งใจที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็น “เมืองสีเขียว” พัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับพันธสัญญา ที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน หรือ ‘Toyota Environmental Challenge 2050’

สุดท้าย “โครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” เป็นโครงการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านธุรกิจ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2556 เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่มีแนวความคิดมาจากการมองเห็นว่า OTOP และ SMEs เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่มีส่วนน้อยที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เนื่องจากประสบปัญหาในการบริหารจัดการธุรกิจ โตโยต้าจึงนำประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อันได้แก่ ระบบการผลิตแบบโตโยต้า วิถีโตโยต้า และปรัชญาลูกค้าเป็นที่หนึ่ง มาถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs เปรียบเสมือนสุภาษิตจีนที่ว่า “ถ้าท่านให้ปลาแก่คนจน เขาจะมีปลากินเพียงแค่วันเดียว แต่ถ้าท่านสอนวิธีจับปลาให้เขา เขาจะมีกินตลอดชีวิต” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ถ่ายทอดประสบการณ์ “ไคเซ็น – การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ เพิ่มกำไร และอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินงาน เราเน้นการแบ่งปันประสบการณ์แก่ธุรกิจชุมชน ซึ่งก็คือ ผู้ประกอบการ และพนักงานทั้งหมด ถ่ายทอดผ่านพนักงานเกษียณอายุผู้เชี่ยวชาญระบบการผลิตแบบโตโยต้า ที่ร่วมดำเนินงานศึกษาปัญหาและปรับปรุงธุรกิจของชุมชน เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มุ่งหวังคือธุรกิจชุมชนที่ดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ สามารถลดต้นทุน เพิ่มกำไร ซึ่งจะทำให้เกิดการแบ่งปันขั้นที่สอง นั่นคือชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและความสุขของพนักงานและชุมชน การแบ่งปันในขั้นสุดท้าย จะเกิดเมื่อธุรกิจชุมชมสามารถพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงธุรกิจได้ด้วยตัวเอง โตโยต้าจะตกลงกับผู้ประกอบการในการยกระดับให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์สู่ธุรกิจชุมชนอื่นๆ ต่อไป และหวังว่าการส่งต่อองค์ความรู้ และประสบการณ์สู่ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่าง “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ต่อไป


แล้วในอนาคต โตโยต้า จะขับเคลื่อนความสุขของสังคมไทย ไปในทางใด


“โตโยต้าจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย มีความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการให้บริการด้วยความใส่ใจเสมือนเป็นคนในครอบครัว ตลอดจนการแบ่งปันภูมิปัญญา เพื่อสร้าง “การแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุด” ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมทั้ง 3 ด้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการดำเนินงานในด้านต่างๆ อาทิ มูลนิธิฯจะขยายการดำเนินงาน ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษาพยาบาลสาขาผู้สูงวัย และทุนพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน เนื่องจากตระหนักถึงแนวโน้มของปัญหาสังคมสูงวัยและปัญหาเยาวชนที่ถูกละเลยจากบิดามารดาที่ไปทำงานในเมืองหลวง ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย อย่างยั่งยืนต่อไป ด้านสิ่งแวดล้อม จะมีการเปิดตัว “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” ศูนย์การเรียนรู้แห่งแรกนอกโรงงาน เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้าใน 5 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานทดแทน การเดินทางอย่างยั่งยืน และการจัดการขยะแก่คนในชุมชน นักท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ ก่อนที่จะขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนในจังหวัดอื่นๆต่อไป และสำหรับโครงการ โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ มีการวางแผนที่จะขยายโครงการ ให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ และขยายศูนย์การเรียนรู้ฯให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ด้วยความร่วมมือกับภาครัฐ ชุมชน และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในการเดินหน้าส่งต่อประสบการณ์แก่ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้ ด้วยความมุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างรอยยิ้ม และความสุขของคนไทยอย่างยั่งยืน”

Show More

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close